"ช้าง"ลดกระแสพ่วง เหลือเพียงเบียร์แนบเหล้าขาว

เอเย่นต์เบียร์ช้างภูธรลดกระแสพ่วง เลิกอัดน้ำ-โซดาตามเหล้าขาว แต่คงพ่วงเบียร์ช้างเหมือนเดิม กำลังกรุยทางปรับกลยุทธอัดโปรโมชั่นแถมในตัวสินค้าเองแทน ภาพรวมยอดขายสุราและเบียร์เริ่มถูกสาโท-สุราพื้นบ้านช่วงชิงตลาด

แหล่งข่าวซับเอเย่นต์รายใหญ่ 1 ใน 9 ของเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ค่ายเบียร์ช้างยังคงขายพ่วงกับสินค้าตัวอื่นของกลุ่มสุรามหาราษฎรอยู่ แต่การพ่วงได้ลดลง กล่าวคือ ซื้อเหล้าขาว 1 เท (32 ขวด) ต้องชื้อเบียร์ช้าง 6 โหล จากเดิมยึดมาตราฐานการพ่วงสูงสุด เมื่อซื้อเหล้าขาว 1 เท พ่วงเบียร์ช้างสูงสุดถึง 8 โหล พร้อมบวกรายการสินค้าน้ำ-โซดา-เบียร์คาลสเบอร์ก-เหล้าแสงโสมเป็นจำนวน 10-20 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ แต่ปัจจุบันสินค้าดังกล่าวไม่ได้พ่วงแล้ว เว้นแต่เบียร์ช้างที่มีการพ่วงอยู่

?สินค้าน้ำดื่มและโซดา รอบช่วงเดือนที่ผ่านมา แทบไม่มีการบังคับพ่วงซื้อเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะตลาดน้ำและโซดาพอยืนอยู่ในตลาดได้ โดยโซดาช้างปรับปรุงใหม่มีราคาถูกลง ต่ำกว่าค่ายเบียร์สิงห์ครึ่งต่อครึ่ง เช่น โซดาสิงห์ที่ขายอยู่ลังละ 100 บาทเศษเล็กน้อย ขณะที่ค่ายเบียร์ช้างขายแค่เพียงลังละ 80 บาท อัดโปรโมชั่นซื้อ 1 ลังแถม 1 ลัง ก็เท่ากับว่าตกลังละ 40 บาทเท่านั้น?

ส่วนตลาดน้ำบรรจุถังพลาสติกใส หรือ ถังเพ็ต ปริมาณสุทธิ 18.9 ลิตรที่มีกระแสข่าวว่าโรงงานเบียร์ช้างจังหวัดกำแพงเพชรจะผลิตเพื่อส่งขายครอบคลุมต่างจังหวัด โดยใช้ฐานเอเย่นต์เป็นผู้ทำตลาด เสมือนหนึ่งเป็นโรงงานย่อยๆ รวมทั้งจะมีการขายพ่วงด้วยนั้น ล่าสุดได้เปลี่ยนแปลงนโยบาย เชื่อว่าไม่น่าจะเริ่มได้ในเร็วๆ นี้ ปัจจุบันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ คาดว่าคงต้องปรับกลยุทธ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะหากมีการบังคับเอเย่นต์จำหน่าย ก็จะมีผลกระทบทั้งซับเอเย่นต์และโรงงานน้ำดื่มท้องถิ่น

?ทุกวันนี้เชื่อว่าสินค้าค่ายเบียร์ช้างเริ่มยืนได้ อนาคตประเมินไว้ว่า เบียร์ช้างอาจไม่ต้องพ่วงกับเหล้าขาวแล้ว ทั้งนี้ราคาเบียร์ช้างเคยปรับขึ้นลงแทบทุกเดือน ปัจจุบันกลับทรงราคาอยู่ลังละ 360-370 บาท?แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ซับเอเยนต์ของเบียร์ช้างกล่าวว่า ค่ายเบียร์ช้างไม่ต้องการเห็นซับเอเย่นต์รายใด วางสินค้า?ไทยเบียร์? เคียงคู่กับเบียร์ช้าง ที่มีราคาจำหน่ายเท่ากัน โดยไทยเบียร์ปรับรูปลักษณ์จากไลออนเบียร์เดิมของค่ายสิงห์ ส่วนสินค้าประเภทอื่น เช่น โซดาสิงห์ หรือ เบียร์สิงห์ก็พออะลุ้มอล่วยได้บ้างแต่ไทยเบียร์ห้ามเด็ดขาด แม้ว่ายอดขายไม่ค่อยดีนักก็ตาม แต่ก็ไม่ต้องการเห็นสินค้าระดับราคาเดียวกันวางจำหน่ายคู่

ด้านซับเอเย่นต์อีกรายเปิดเผยว่า ค่ายเบียร์ช้างจะขายพ่วงหรือไม่พ่วงขึ้นอยู่กับนโยบายจากเอเย่นต์นั้นๆ ไม่เหมือนกัน มักเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ร้านค้ารายใดที่ทุนมีไม่มากพอ ก็ไม่พยายามติดต่อสั่งซื้อจากเอเย่นต์โดยตรง เปลี่ยนไปติดต่อซื้อจากซับเอเย่นต์กลุ่มเดียวกัน หลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการพ่วงซ้ำซาก พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่คุ้มกับยอดขาย แถมต้องเก็บสินค้านอนโกดัง

?อย่างไรก็ตามยอดจำหน่ายเบียร์และสุราเกือบทุกร้านไม่ดีนัก เนื่องจากมีเหล้า-สาโท-กระแช่จากท้องถิ่น ซึ่งเป็นสินค้าพื้นบ้าน เสียภาษีถูกต้องเข้ามาจำหน่ายตามชุมชนเพิ่มมากขึ้น จะพบเห็นได้จากงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์ต้องมีสาโท-ไวน์ตั้งบนโต๊ะ ซึ่งตรงนี้ทำให้ภาพรวมยอดจำหน่ายสุราและเบียร์ที่ควรได้ กลับต้องเสียไป?เอเย่นต์รายหนึ่งกล่าว

เจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดพิษณุโลกเปิดเผยว่า ทุกเดือนได้ทำหนังสือถึงกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ถึงความเคลื่อนไหวตลาดสุราและเบียร์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 จากการสอบถามร้านค้าที่จำหน่ายสุรา เบียร์และน้ำดื่ม แยกเป็นเอเย่นต์สุรามหาราษฎรจำนวน 1 แห่ง ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก พร้อมกับเปรียบเทียบกับตัวแทนของบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำนวน 2 แห่ง พบว่าเอเย่นต์ค่ายเบียร์ช้าง บริษัทสุรามหาราษฎร อ้างว่าได้เลิกพ่วงสินค้าแก่ลูกค้าแล้ว แต่จากการตรวจสอบย้อนกลับพบว่า บรรดาซับเอเย่นต์ยอมรับว่ายังมีการพ่วงอยู่ แต่สถานการณ์ได้ซาลงมาก เน้นการแถมในตัวสินค้าชนิดเดียวกันเอง เช่น เบียร์ช้างซื้อ 100 โหล แถมเพิ่มอีก 5 โหล จากเดิม 7 โหล สำหรับการช่วยซื้อสินค้าประเภทอื่นของบริษัท เช่น โซดา สาเก และน้ำดื่ม เบาบางลงไปมากแล้ว

ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักในการทำตลาดของค่ายเบียร์ช้างตั้งแต่เริ่มนำสินค้าออกสู่ตลาดเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ก็คือการบังคับขายพ่วงสินค้าไปกับเหล้าขาวที่บริษัทสุรามหาราษฎร ได้ผูกขาดการจำหน่ายอยู่แต่เดิม ซึ่งส่งผลให้เบียร์ช้างสามารถชิงส่วนแบ่งของเบียร์สิงห์ไปได้จำนวนมาก โดยที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถเอาผิดได้ ต่อมาเมื่อค่ายสุรามหาราษฎรได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น น้ำดื่ม โซดา เหล้าสี ก็ได้ใช้กลยุทธ์การบังคับขายพ่วงไปกับเหล้าขาวเช่นเดียวกัน

2 พฤษภาคม 2545